ประวัติความเป็นมาตำบลโพนทอง

********************

ประวัติความเป็นมา

ตำบลโพนทองมีบรรพบุรุษมาจากหัวพันทั้งห้าทั้งหก แถบเชียงขวางของประเทศลาวในปัจจุบัน  ชนชาติไทยพวนได้เริ่มอพยพเข้าสู่ประเทศไทย  ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นต้นมา ด้วยสาเหตุจากการถูกกวาดต้อนเข้ามาในศึกสงคราม และการถูกรุกรานจากศัตรู โดยเฉพาะพวกจีนฮ่อและแกว แต่ครั้งที่สำคัญคือในราว พ.ศ.2372 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้พระยาราชสุภาวดีขึ้นไปจัดการบ้านเมืองทางเวียงจันทร์  ในครั้งนี้ได้กวาดต้อนไทยพวนเข้ามาด้วย โปรดเกล้าให้ไปอยู่แถบสุพรรณบุรี ต่อมาไทยพวนเหล่านี้ได้แยกย้ายไปหลายๆที่และได้นำชื่อบ้านเมืองเก่าของตน มาตั้งชื่อบ้านเมืองในที่อยู่แห่งใหม่นี้ด้วย

ไทยพวนที่เข้ามาอยู่ในดินแดนบ้านหมี่นี้เชื่อกันว่ามี 2 แนวทางคือ

แนวทางแรกเกิดจากการที่นายพรานล่าสัตว์มาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์มีสายน้ำโดยรอบ จึงได้กลับไปบอกญาติพี่น้องพากันอพยพมาอยู่เซา (เซา แปลว่าหยุด) แยกย้ายกันตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่มพร้อมกับตั้งชื่อตามบ้านเมืองที่ตนเคยอยู่มาก่อน

 อีกแนวทางหนึ่งเชื่อว่า ไทยพวนจากสุพรรณนั้นต้องการที่จะกลับบ้านเมืองที่ประเทศลาว จึงพากันเดินทางโดยอาศัยลำน้ำและดวงดาวเป็นหลัก การเดินทางที่ยาวนานและทุรกันดารทำให้เหนื่อยล้า บางคนต้องมีคนเซ่า(พยุง) มาและมาเซา (หยุด) เพื่อเตรียมเสบียงกรังในการเดินทางต่อ แต่เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์จึงได้ปักหลักอยู่อาศัยเป็นการถาวร

บริเวณบ้านหมี่ใหญ่ เป็นบริเวณแรกๆ ที่ไทยพวนได้อพยพมาอยู่ (หมี่ คือ การมัดเส้นด้ายหรือไหมเป็นเปลาะให้เป็นลวดลาย เพื่อย้อมสีในการมัดแต่ละครั้ง หมี่อีกความหมายหนึ่งก็คือต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นไม้ถิ่นในประเทศลาว) การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนของไทยพวน จะอยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อชุมชนขยายออกไปหมู่บ้านก็ใหญ่ขึ้นส่วนที่ขยายออกไปเรียก บ้านหมี่ทุ่ง ส่วนบ้านหัวเขานั้นคือไทยพวนที่ย้ายมาจากเชิงเขาสนามแจงอีกทีหนึ่ง

หลังจากการจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นตำบล หมู่บ้าน พื้นที่ของตำบลโพนทองกว้างขวางมาก รวมเอาบ้านหมี่ใหญ่ บ้านหมี่ทุ่ง  บ้านหัวเขา  บ้านสนามแจง  บ้านสระเตย บ้านเนินยาว  บ้านหนองทรายขาว บ้านโพนทอง  เข้าไว้ในปกครองเดียวกัน เนื่องจากกำนันคนแรกตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านโพนทองจึงใช้ชื่อตำบลโพนทอง ตามไปด้วย  

 

กำเนิดและพัฒนาการองค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง

ก่อนที่จะรู้จักองค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาขององค์การบริหารส่วนตำบล ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

เนื้อหา : กำเนิดและพัฒนาการองค์การบริหารส่วนตำบล

          ในอดีต การจัดระเบียบบริหารระดับตำบลมี 3 รูปแบบ คือ

          รูปแบบที่หนึ่ง คณะกรรมการตำบลและสภาตำบลตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 222/2499 โดยคณะกรรมการตำบลประกอบด้วย กำนันท้องที่ ผู้ใหญ่บ้านทุกคนในตำบล  แพทย์ประจำตำบล  ครูประชาบาลในตำบลนั้นคนหนึ่ง  ราษฎรผู้ทรงคุณวุฒิในตำบลนั้น ไม่น้อยกว่า 2 คน และให้มีข้าราชการที่ปฏิบัติงานในตำบลนั้น เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตำบลด้วย ส่วนสภาตำบลประกอบด้วยสมาชิกสภาตำบลซึ่งมาจากราษฎรผู้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านละ 2 คน

          รูปแบบที่สององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนตำบล พ.ศ. 2499 โดยองค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วย สภาตำบลและคณะกรรมการตำบล ซึ่งสภาตำบล ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งราษฎรในหมู่บ้านเลือกตั้งหมู่บ้านละ 1 คน และกำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกคนในตำบลเป็นสมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่ง ส่วนคณะกรรมการตำบล ประกอบด้วย กำนันตำบลท้องที่เป็นประธาน ผู้ใหญ่บ้านทุกคนในตำบล แพทย์ประจำตำบล และกรรมการอื่นซึ่งนายอำเภอแต่งตั้งจากครูใหญ่โรงเรียนในตำบลหรือผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจำนวนไม่เกิน     5 คน

          รูปแบบที่สาม สภาตำบลตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 275/2509 เป็นการบริหารในรูปของคณะกรรมการเรียกว่า “คณะกรรมการสภาตำบล” ซึ่งประกอบด้วย กำนัน  ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในตำบล และแพทย์ประจำตำบลเป็นกรรมการสภาตำบลโดย ตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยครูประชาบาลในตำบลนั้น 1 คน ซึ่งนายอำเภอคัดเลือกจากครูประชาบาลในตำบล เป็นกรรมการสภาตำบล และราษฎรผู้ทรงคุณวุฒิ หมู่บ้านละ 1 คน ซึ่งราษฎรในหมู่บ้านเลือกตั้งขึ้นเป็นกรรมการสภาตำบล โดยกำนันเป็นประธานกรรมการสภาตำบลโดยตำแหน่ง  และมีรองประธานกรรมการสภาตำบลคนหนึ่ง  ซึ่งคณะกรรมการสภาตำบลเลือกตั้ง จากกรรมการด้วยกัน การบริหารงานของสภาตำบลนอกจากจะมีคณะกรรมการสภาตำบลดังกล่าว สภาตำบลยังมีเลขานุการสภาตำบลคนหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการสภาตำบลเลือกตั้งกันขึ้นมาหรือตั้งจากบุคคลภายนอก และมีที่ปรึกษาสภาตำบล  ซึ่งเป็นพัฒนากรตำบลนั้นอีกด้วย

          การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นในสมัยนั้น ก็เพื่อให้การปกครองในระดับตำบลที่มีความเจริญและมีรายได้ระดับหนึ่งได้มีการปกครองตนเองตามหลักการปกครองท้องถิ่น ต่อมาในปี 2515  องค์การบริหารส่วนตำบลได้ถูกยุบเลิกไป  โดยประกาศ    คณะปฏิวัติ ฉบับที่ 326 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ซึ่งประกาศ คณะปฏิวัติดังกล่าวยังคงให้สภาตำบลมีอยู่ต่อไป

          หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี พ.ศ. 2535 กระแสการปฏิรูปการเมือง  ได้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองในหลาย ๆ ด้าน และด้านหนึ่งคือการเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537  ซึ่งประกาศใช้ในวันที่  2  ธันวาคม  พ.ศ. 2537  และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมพ.ศ. 2538  โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับดังกล่าว  คือ การยกฐานะสภาตำบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปีเฉลี่ยไม่ตำกว่าปีละ 150,000 บาท สามารถจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลได้ ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลจึงกลับมาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับตำบลอีกครั้งหนึ่ง

          หลังจากการจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นตำบล หมู่บ้าน พื้นที่ของตำบลโพนทองกว้างขวางมาก รวมเอาบ้านหมี่ใหญ่  บ้านหมี่ทุ่ง  บ้านหัวเขา  บ้านสนามแจง   บ้านสระเตย  บ้านเนินยาว   บ้านหนองทรายขาว บ้านโพนทอง   เข้าไว้ในปกครองเดียวกัน เนื่องจากกำนันคนแรกตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านโพนทอง  จึงใช้ชื่อตำบลโพนทอง ตามไปด้วย

 

 

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn